Cover_ปัญญาประดิษฐ์_0

ปัญญาประดิษฐ์ (AI)โอกาสหรืออุปสรรคของคนไทยในอนาคต

เทคโนโลยีดิจิทัลได้เข้ามามีบทบาทและเข้าไปปั่นป่วนในหลากหลายอุตสาหกรรมรวมถึงชีวิตความเป็นอยู่ของคนไทยตั้งแต่เมื่อ 5-6 ปีที่ผ่านมาและส่งผลต่อการปรับตัวในทุกภาคส่วนที่ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยมา จนเกิดสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด 19  ที่ถือเป็นคลื่นลูกที่ 2 ที่นำพาเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์เข้ามาปั่นป่วนอีกครั้งส่งผลให้แต่ละประเทศเร่งดำเนินการพัฒนาปัญญาประดิษฐ์อย่างเข้มข้น เพื่อให้สามารถปรับตัวและอยู่รอดในโลกที่เปลี่ยนไปไม่เหมือนเดิม และทำให้เกิดคำถามที่ว่าปัญญาประดิษฐ์นั้นเป็นโอกาสหรือเป็นอุปสรรคของคนไทยในอนาคต

ผศ.ดร.วรรณรัช สันติอมรทัต ประธานหน่วยบูรณาการประเด็นยุทธศาสตร์เพื่อพัฒนา ววน. ด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI)

ผศ.ดร.วรรณรัช สันติอมรทัต ประธานหน่วยบูรณาการประเด็นยุทธศาสตร์เพื่อพัฒนา ววน. ด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ผอ . สถาบันวิจัยและนวัตกรรมดิจิทัล มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์กล่าวว่าปัญญาประดิษฐ์นับเป็นโอกาสของคนไทยเพราะจะเข้ามาเป็นตัวช่วยในการทำงานหลายๆอย่างที่ประเทศมีข้อจำกัด แต่หากถามว่าปัญญาประดิษฐ์จะมาแย่งงานของคนไทยไหม งานบางประเภทมีโอกาสที่จะถูกปัญญาประดิษฐ์เข้ามาทดแทน “งานประเภทนั้นคืองานที่ทำทำซ้ำๆ ทำโดยไม่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์ใดๆ งานเหล่านี้จะถูกเครื่องจักรเข้ามาแทนได้ คนไทยจึงจำเป็นต้องปรับตัว ต้องเพิ่มสกิลให้ตัวเอง ไปทำงานในส่วนที่จำเป็นต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์ หรืองานที่จำเป็นต้องใช้ทักษะขั้นสูงมากขึ้น ปล่อยให้ AI ช่วยงานในส่วนที่จำเป็นต้องทำซ้ำๆ เพื่อความปลอดภัยและลดความเหนื่อยล้าให้เรา”

วงการที่ AI เข้ามามีบทบาทอย่างชัดเจนคือระบบของการขายของออนไลน์ โดยเฉพาะระบบข้อมูลหลังบ้านที่ AI จะช่วยวิเคราะห์ข้อมูล พฤติกรรมผู้บริโภค และอื่นๆโดยที่ผู้ใช้ไม่รู้ตัว “ตัวอย่างเช่นการวิเคราะห์ลูกค้า 1 คนที่เข้ามาดู Live ขายของ 1 อย่าง และตัดสินใจซื้อ  AI จะวิเคราะห์ว่าเขาใช้เวลาในการตัดสินใจซื้อยาวนานขนาดไหน และวิเคราะห์ข้อมูลอื่นๆซึ่งทำให้ผู้ขายสามารถนำข้อมูลที่ได้ไปพัฒนาหาวิธีการหรือขั้นตอนที่ทำให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อสินค้าและจ่ายเงินซื้อสินค้าในเวลาที่สั้นที่สุด เช่นเดียวกับการบริหารจัดการนักท่องเที่ยว AI สามารถวิเคราะห์พฤติกรรมของนักท่องเที่ยวกลุ่มต่างๆ ทำให้ผู้ประกอบการสามารถวางแผนการท่องเที่ยว วางแผนการบริการและรูปแบบการใช้จ่ายของแต่ละกลุ่มได้อย่างตรงกับความต้องการที่สุด ซึ่งจะช่วยลดและทดแทนแรงงานด้านการท่องเที่ยวที่กำลังขาดแคลนหลังช่วงโควิดของประเทศไปได้” ผศ.ดร.วรรณรัช เสริมถึงประโยชน์ของเอไอ

นอกจากการวิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภคในพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวแล้ว ประเทศไทยยังมีการนำ AI มาใช้ในงานด้านอื่นๆด้วยเช่น MU-AI AI ที่มีความโดดเด่นด้านการแพทย์ของมหาวิทยาลัยมหิดล ที่ช่วยให้การรักษามีความแม่นยำ ช่วยวินิจฉัยโรคจากภาพถ่ายรังสี ทำให้โรงพยาบาลในพื้นที่ห่างไกลสามารถได้รับการวินิจฉัยจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะโรคได้อย่างทั่วถึง หรือ KKU-AI ของมหาวิทยาลัยขอนแก่นที่ช่วยตอบโจทย์การพัฒนานวัตกรรมเพื่อยกระดับสุขภาพของประชาชนในพื้นที่ภาคอีสาน เช่นการตรวจรักษาโรคพยาธิใบไม้ในตับการสนับสนุน Robot ทางการแพทย์สาธารณสุขเป็นต้น

“สำหรับงานด้านการแพทย์สิ่งแรกที่เราต้องการคือ ประชาชนสามารถได้รับสวัสดิการ การรักษาสุขภาพได้อย่างเท่าเทียม สิ่งหนึ่งที่เราต้องยอมรับคือประเทศไทยมีบุคลากรด้านการแพทย์จำกัด  AI เข้ามาช่วยปลดล็อคเรื่องนี้ได้ ช่วยรุ่นระยะเวลาและลดภาระงานหมอคุณพยาบาลได้ เช่น AI ที่สามารถตรวจจับในเรื่องการตรวจหามะเร็งเต้านม ที่เมื่อก่อนใช้เวลาในการวิเคราะห์ฟิล์มเอกซเรย์นานถึง 3 เดือน แต่สำหรับ AI ใช้เวลาเพียง 1 วินาทีก็สามารถวินิจฉัยผลได้ ทำให้ผู้ป่วยสามารถรู้ผลการตรวจได้อย่างรวดเร็ว ทั่วถึงและเข้ารักษาได้อย่างทันท่วงที นี่คืออีกหนึ่งประโยชน์ของ AI”

ทั้งนี้ AI ยังเข้ามาช่วยในเรื่องของการเกษตรและความปลอดภัยในชีวิตความเป็นอยู่ของคนไทยอย่างการตรวจจับใบหน้า ซึ่งจะช่วยดูแลความปลอดภัยที่เกิดจากผู้ที่ประสงค์ร้ายได้ สิ่งเหล่านี้ช่วยให้ชีวิตและความเป็นอยู่ของคนไทยปลอดภัยและอุ่นใจขึ้น แอบมองโดยภาพรวม AI มีประโยชน์กับประเทศไทย แต่ก็ถือว่าเป็นเรื่องใหม่ที่คนไทยต้องปรับตัวและปรับใช้ AI ให้เหมาะสม

.

เครดิตภาพ : Robot handshake human background, futuristic digital age : Freepik

00:00
00:00
Empty Playlist