ฟดฟ

ถึงเวลาแรงงานไทยต้องปรับตัว

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านซึ่งมีผลมาจากการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ได้เปลี่ยนรูปแบบและวิธีการทำงานในหลายธุรกิจไปอย่างชัดเจน หลายองค์กรเริ่มค้นหาวิธีการปรับตัวทางธุรกิจเพื่อให้ทันกับกระแสที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว แล้ววัยแรงงานรวมถึงน้อง ๆ ที่กำลังจะก้าวสู่ตลาดแรงงานและธุรกิจมีความพร้อมกันมากน้อยเพียงไร

ดร.สหวรัชญ์ พลหาญ คณะวิทยาการเรียนรู้และศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

 

เทคโนโลยี ตัวขับเคลื่อนสำคัญของความเปลี่ยนแปลง

ความเปลี่ยนแปลงที่จะพบเจอในอนาคตถือเป็นความท้าทายใหม่ โครงสร้างการทำงานก็จะเปลี่ยนไปจากเทคโนโลยีที่เป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญ หากย้อนกลับไปยุคก่อนในระบบอุตสาหกรรม เราใช้เทคโนโลยีเพื่อพัฒนาเครื่องจักรเพื่อช่วยเติมเต็มการทำงานของมนุษย์โดยเฉพาะแรงงาน รูปแบบเครื่องจักรจึงเป็นการทำลักษณะเดียวซ้ำ ๆ ไม่ต้องใช้ความคิดเยอะ

แต่ยุคปัจจุบันมนุษย์ถูก Disrupt หรือกำลังถูกแทนที่ด้วยเครื่องจักรมากขึ้น เพราะการใช้เทคโนโลยีพัฒนาให้เครื่องจักรสามารถทำงานแทนที่สติปัญญาได้ ซึ่งมีข้อดีคือช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและเพิ่มผลผลิตของผลิตภัณฑ์ รวมไปช่วยสร้างอุตสาหกรรมและงานใหม่ ๆ ที่สร้างรายได้ดีขึ้น

ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี เช่น การใช้เครื่องจักรสมัยใหม่, เมตาเวิร์ส, ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และหุ่นยนต์ เป็นตัวกระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในการทำงาน รวมถึงทักษะ ซึ่งส่งผลกระทบต่อแรงงานโดยตรง เพราะเครื่องจักรในปัจจุบันสามารถเลียนแบบความฉลาดของมนุษย์ที่เรียกว่า Natural intelligent โดยเฉพาะกระบวนการคิดหรือ Cognitive แรงงานจึงจำเป็นต้องพัฒนาทักษะใหม่ถ้าไม่มีทักษะหรือไม่พัฒนาก็จะมีความเสี่ยงที่จะตกงาน

ทำไมธุรกิจ-อุตสาหกรรมไทย ใช้เทคโนโลยีไม่มาก

เกาหลีใต้ สิงคโปร์ เยอรมัน และญี่ปุ่น เหล่านี้คือกลุ่มประเทศที่มีการใช้เทคโนโลยีและหุ่นยนต์ต่อจำนวนแรงงานมากสูงที่สุด ซึ่งสะท้อนถึงความหนาแน่นของการใช้เทคโนโลยีในระบบอุตสาหกรรม โดยมีปัจจัยที่ทำให้กลุ่มประเทศเหล่านี้ต้องใช้เทคโนโลยีดังกล่าว นอกเหนือจากเป็นกลุ่มประเทศที่เป็นฐานผลิตรถยนต์หรือเครื่องจักรอิเล็กทรอนิกส์แล้ว นั่นคือ การขาดแรงงานและค่าแรงที่สูงขึ้นเนื่องจากสภาพสังคมสูงวัย และแรงงานมีทักษะสูงที่จะทำงานร่วมกับ AI และหุ่นยนต์

สำหรับในประเทศไทยมีการใช้เทคโนโลยีในภาคอุตสาหกรรมเยอะขึ้นอย่างชัดเจนหลังจากอุทกภัย พ.ศ. 2554 แต่ภาพรวมประเทศไทยก็ยังมีการใช้เทคโนโลยีและการใช้หุ่นยนต์ในภาคอุตสาหกรรมไม่เยอะมาก

ความหนาแน่นของการใช้หุ่นยนต์ของไทยที่ยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ยโลก สอดคล้องกับลักษณะอุตสาหกรรมของไทยที่มีสัดส่วนอุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีระดับกลางถึงสูงของการผลิตภาคอุตสาหกรรมทั้งหมดต่ำกว่าค่าเฉลี่ยโลก และมากกว่าร้อยละ 80 กระจุกตัวอยู่ในบริษัทขนาดกลางและขนาดใหญ่

สาเหตุที่เป็นเช่นนั้นเพราะแรงงานไทยขาดทักษะที่เอื้อต่อการใช้เทคโนโลยีในปัจจุบันทั้งทักษะเฉพาะและทักษะด้านภาษาอังกฤษ นั่นคือความจริงที่เป็นนัยยะซ่อนอยู่ภายใต้คำถามว่าทำไมประเทศไทยมีการใช้เทคโนโลยีขั้นสูงในอุตสาหกรรมกันไม่มาก ถึงแม้เทคโนโลยีจะไม่ได้ส่งผลกระทบกับแรงงานอย่างรุนแรงฉับพลันแต่ในระยะต่อไปจะส่งผลต่อแรงงานทำให้ตกงานง่ายขึ้น หางานยากขึ้น และรายได้ลดลง เนื่องจากมีความเสี่ยงที่จะถูกแทนที่ด้วยงานด้วยปัญญาประดิษฐ์และหุ่นยนต์

Upskill, Reskill ถ้าไม่ปรับอาจไม่รอด

แรงงานกลุ่มเสี่ยงที่ได้รับผลกระทบอย่างชัดเจน คือ กลุ่มแรงงานที่มีทักษะต่ำ กลุ่มแรงงานที่ทำงานลักษณะซ้ำๆ ทำงานเป็นแบบแผนเป็นระบบรูปแบบแน่นอน โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ที่มีความเสี่ยงที่จะโตมาพร้อมกับความท้าทายในอนาคตมากที่สุดเพราะเป็นคนที่จะเข้าสู่ตลาดแรงงานรุ่นต่อไป เนื่องจากความต้องการแรงงานเปลี่ยนไปตามเทคโนโลยี ทำให้ทักษะที่มีหรือจำเป็นจะหมดอายุเร็วขึ้น แต่การศึกษายังคงเดิม การปรับรูปแบบการเรียนการสอนก็จะแข็งตัวปรับได้ไม่รวดเร็วด้วยข้อจำกัดหลายอย่าง

การ Upskill หรือ Reskill จึงเป็นหนึ่งวิธีที่ถูกให้ความสนใจ สุดท้ายแล้ว มนุษย์ก็ยังต้องเป็นคนควบคุมหรือทำงานร่วมกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) อยู่ดี ซึ่งจะส่งผลให้บุคลากรที่อยู่ในองค์กรทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ

โดยทักษะที่ควรเพิ่มเติมและปรับเปลี่ยนเพื่อให้ตอบโจทย์ตลาดแรงงานที่กำลังเปลี่ยนไปอาจแบ่งออกเป็น 7 ทักษะ ได้แก่

  1. ทักษะการคิด : ช่วยให้สามารถประยุกต์ใช้ความรู้ที่เรียนมากับบริบทใหม่ๆได้
  2. ทักษะการพัฒนาตนเอง : เนื่องจากทักษะจากความรู้ของตนล้าสมัยได้เร็วกว่าเทคโนโลยีเปลี่ยนไป
  3. ทักษะด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี สารสนเทศ และการสื่อสาร : เนื่องจากการทำงานต้องถูกควบรวมเข้ากับเทคโนโลยีมากขึ้น
  4. ทักษะด้านสัมพันธภาพกับบุคลลอื่น (Interpersonal Skill) : เนื่องจากจะมีการทำงานร่วมกับบุคคลที่มีบริบทหลากหลายมากขึ้น
  5. ทักษะในการปรับตัว : มีความยืดหยุ่นในการปรับตามสภาพธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงสูง
  6. ทักษะด้านเศรษฐศาสตร์ : รวมถึงการบริการ และการใช้นวัตกรรม เพราะสังคมเศรษฐกิจกระหายการบริการที่ดีขึ้น
  7. ทักษะการเป็นผู้นำและพลเมืองที่ดี : สามารถวางแผน ชี้นำทิศทาง วางเป้าหมายให้ตนเองและสังคมได้

แม้ว่าเทคโนโลยีคือกุญแจสำคัญในการพาสังคมไปสู่คุณภาพชีวิตที่ดีในอนาคต แต่หากเราไม่มีการเตรียมพร้อมเพื่อรับมือกับผลกระทบที่จะเกิดขึ้น เราอาจไม่ใช่แรงงานที่สามารถอยู่รอดในยุคเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงได้อย่างตลอดเวลาแบบนี้

.

เรียบเรียงจาก

ดร.สหวรัชญ์ พลหาญ คณะวิทยาการเรียนรู้และศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และผู้ทรงคุณวุฒิด้านการศึกษาและการเรียนรู้ บรรยายพิเศษหัวข้อ “โลกแห่งอาชีพและการประกอบการในอนาคต” ในงานสัมมนาวิชาการ Education Journey Forum ครั้งที่ 5 “การเปลี่ยนผ่านระบบการศึกษาและการเรียนรู้ของไทย”

00:00
00:00
Empty Playlist